Monthly Archives: สิงหาคม 2017

แก้ตาตุ่มดำ

สูตรน้ำมะนาว

นำมะนาวสด ๆ มาผ่าเป็นซีก ๆ จากนั้นให้นำซีกมะนาวมาขัดลงบนตาตุ่ม ขัดวน ๆ ประมาณ 3 นาที แล้วล้างออก กรดอ่อน ๆ ที่อยู่ในน้ำมะนาวจะช่วยกระตุ้นให้ผิวผลัดเซลล์ ทำให้ตาตุ่มขาวขึ้นได้ สำหรับสูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันเลยค่ะ

สูตรมะขามเปียก และน้ำผึ้ง

นำมะขามเปียกมาละลายน้ำพอข้น ๆ ผสมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย จากนั้นให้นำไปขัดตาตุ่ม ทั้งนี้สาว ๆ อาจจะใช้ใยบวบช่วยก็ได้ค่ะ แต่ควรขัดอย่างเบามือ ขัดด้วยสูตรนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ตาตุ่มดำจะค่อย ๆ จางลง และผิวจะนุ่มขึ้นด้วย

สูตรเกลือ

นำเกลือเม็ดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับเบบี้ออยล์ 2 ช้อนชา ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาขัดตาตุ่ม วน ๆ อย่างเบามือ ประมาณ 5 นาที ล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ตาตุ่มขาวขึ้น และใครที่มีปัญหาตาตุ่มด้านก็จะนุ่มขึ้นด้วย
สูตรน้ำตาลทรายแดง และนมสด

นำน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับนมสดเพียงเล็กน้อย (พอให้น้ำตาลทรายแดงยังเป็นเม็ด ๆ ไม่ละลาย) จากนั้นให้นำมาขัดลงบนตาตุ่ม วน ๆ เป็นวงกลมอย่างเบามือ ขัดประมาณ 5 นาที แล้วค่อยล้างออก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ตาตุ่มที่ดำ ๆ จะค่อย ๆ ขาวขึ้นและนุ่มขึ้น

สูตรกากกาแฟ ขมิ้น และนมสด

นำกากกาแฟที่ใช้แล้ว ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ และนมสดอีก 1/4 แก้ว คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดตาตุ่ม ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้ทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จากที่ตาตุ่มด้าน ๆ ดำ ๆ จะขาวเนียนนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ปากชมพู

น้ำตาลทรายแดง และน้ำผึ้ง

นำน้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนชา มาผสมกับน้ำผึ้งเพียงเล็กน้อย (พอข้น ๆ และน้ำตาลทรายแดงไม่ละลาย) จากนั้นให้นำมานวดริมฝีปากอย่างเบามือ วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ปากที่แห้งลอกหลุดออก และทำบ่อย ๆ จะช่วยให้ริมฝีปากเนียนนุ่มและอมชมพูขึ้นได้

ผงขมิ้น และนมสด

นำผงขมิ้น 1 ช้อนชา มาผสมกับนมสด 1/4 แก้ว คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาทาที่ริมฝีปาก นวด ๆ อย่างเบามือ ทิ้งไว้อีกประมาณ 2 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ริมฝีปากจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ
นำน้ำมะพร้าวสด ๆ ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำมาทาปากก่อนนอน โดยไม่ต้องล้างออก สูตรนี้จะช่วยให้ริมฝีปากคล้ำค่อย ๆ จางลง และเปลี่ยนเป็นสีชมพูขึ้นได้

ส้ม

ใช้กลีบส้ม 1 กลีบ ลอกเอาเยื่อบาง ๆ ออก จากนั้นให้นำเนื้อส้มมาถูบริเวณริมฝีปาก ประมาณ 1 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ ริมฝีปากคล้ำ ๆ จะค่อย ๆ จางลง และดูอมชมพูแบบเป็นธรรมชาติ

วิธีทําให้ปากชมพู

มะเขือเทศ น้ำผึ้ง และนมสด

นำมะเขือเทศ 1 ลูก ไปปั่นรวมกับ น้ำผึ้ง และนมสด เมื่อปั่นจนละเอียดแล้วให้นำส่วนผสมที่ได้มาทาริมฝีปาก นวดอย่างเบามือ พร้อมกับพอกทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ จะช่วยให้ริมฝีปากอ่อนนุ่มและเป็นสีชมพูขึ้นได้
นำน้ำมันมะพร้าวมาทาริมฝีปากก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยทำให้ริมฝีปากเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งลอก ที่สำคัญจะช่วยเปลี่ยนสีริมฝีปากให้ดูชมพูแบบใส ๆ ได้ด้วย
นำมะนาวสดมาผ่าเป็นซีก ๆ จากนั้นให้นำซีกมะนาวมาถูบริเวณริมฝีปาก ประมาณ 3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำบ่อย ๆ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวบริเวณริมฝีปากให้ใสและเปลี่ยนเป็นสีชมพูขึ้นได้

 

สครับน้ำตาลทำเอง

สูตรสครับน้ำตาลกาแฟ : ช่วยผิวสวยกระจ่างใส พร้อมให้ความชุ่มชื้น และคาเฟอีนในกาแฟยังช่วยขจัดเซลลูไลท์ได้ด้วย

ส่วนผสม

กากกาแฟออแกนิกส์ 1 ถ้วย

น้ำตาล 1 ถ้วย

น้ำมันมะพร้าวออแกนิกส์ ½ ถ้วย

อบเชย ½ ช้อนโต๊ะ (ถ้ามี)

วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้ามี)

วิธีทำ

1. นำน้ำมันมะพร้าวไปอุ่นให้ละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นแต่ไม่ต้องถึงกับให้จับตัวเป็นก้อนแข็ง จากนั้นนำส่วนผสมที่เหลือมาใส่ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน นำส่วนผสมที่ได้ไปใส่ในกล่องที่อากาศเข้าไม่ได้ หรือจะใส่ในเมสันจาร์ก็น่ารักดีค่ะ สูตรนี้สามารถขัดผิวได้ทุกวัน หรือจะใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้
สูตรสครับน้ำตาลข้าวโอ๊ต : ผิวใสและนุ่มราวกับก้นเด็ก ต้องใช้สูตรนี้แหละขัดแล้วเอาอยู่

ส่วนผสม

ข้าวโอ๊ต ½ ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา

น้ำตาลทรายขาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะพร้าว 6 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำข้าวโอ๊ตและเบกกิ้งโซดามาผสมและคนให้รวมกัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลทรายขาว แล้วใส่น้ำมันมะพร้าวลงไป 6 ช้อนโต๊ะ คนให้ทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเก็บใส่โหลแก้วเอาไว้
สูครสครับน้ำตาลขิง : สครับกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย ที่ทำให้ผิวสวยกระจ่างใส แถมยังทำเป็นของขวัญให้ใคร ๆ ก็ได้

ส่วนผสม

น้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วย

น้ำมันมะกอก 1 ถ้วย (ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนได้)

ขิงแบบผง 2 ช้อนโต๊ะ

หากผิวแห้งอาจเติม น้ำมันวิตามินอีหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะด้วยก็ได้

วิธีทำ

นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาเทใส่ในถ้วย แล้วคนให้เข้ากัน หากใครที่มีผิวมันมากให้เติมน้ำตาลลงไปด้วย แต่ถ้าผิวแห้งก็ใส่น้ำมันมะกอกเพิ่ม หรือจะใส่น้ำมันวิตามินอีหรือน้ำผึ้งก็ได้ เมื่อส่วนผสมทั้งหมดรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วก็ให้เทใส่โหลแก้วเอาไว้
สูตรสครับน้ำตาลแอปเปิล+อบเชย : อยากผิวนุ่มไม่แห้งกร้าน ต้องใช้สครับสูตรนี้แหละขัดด่วน

ส่วนผสม

น้ำมันมะพร้าว 1 ถ้วย

น้ำตาล 1 ถ้วยครึ่ง

แอปเปิล 1 ลูกกลาง

สารสกัดจากอบเชย

ผงอบเชย

วิธีทำ

หั่นแอปเปิลให้เป็นชิ้นเล็กก่อนแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำน้ำมันมะพร้าว น้ำตาล แอปเปิล และสารสกัดจากอบเชย พร้อมผงอบเชยลงไปเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทใส่โหลแก้วเก็บเอาไว้ในตู้เย็น 2 สัปดาห์ ก่อนใช้ทุกครั้งคนให้เข้ากันก่อนแล้วนำมาขัดที่ผิวเบา ๆ
สูตรสครับน้ำตาลมินต์ : สครับสีสวยน่ารับประทาน ที่จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและนุ่มน่าสัมผัสกว่าที่เคย

ส่วนผสม

น้ำมันมะพร้าว 1 ถ้วยครึ่ง

น้ำตาล 1½ – 2 ถ้วย

น้ำมันมินต์ 1 ช้อนโต๊ะ

สีผสมอาหารสีเขียว

วิธีทำ

ใส่น้ำมันมะพร้าวลงไปในถ้วยผสม และนำไปเข้าไมโครเวฟสัก 15-25 วินาที จากนั้นใส่น้ำตาลลงไป ตามด้วยน้ำมันมินต์ และสีผสมอาหาร 1 หยด ผสมทุกสิ่งให้เข้ากัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ไว้ในโหลแก้วเก็บไว้

 

สูตรสครับน้ำตาลมะเขือเทศ : ในมะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีนที่ดีต่อผิวของสาว ๆ ใครอยากผิวสวยใสสุขภาพดีห้ามพลาด

ส่วนผสม

น้ำตาลทรายป่น 2 ถ้วย

มะเขือเทศ 1 ลูก

น้ำมันมะพร้าว ¾ ถ้วย

น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ

วิธีทำ

หั่นและสับมะเขือเทศให้ละเอียด จากนั้นนำมาใส่ถ้วยแล้วผสมน้ำตาลทรายป่นและน้ำมันมะพร้าวลงไป คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไปสัก 5-10 หยด แล้วคนให้เข้ากันอีกที เทใส่ขวดโหลแก้วแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ระวังหยิบผิดนะคะ เพราะสีมันสวยน่ากินสุด ๆ อิอิ

 

สูครสครับน้ำตาลแตงกวา+มินต์ : ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น ฟื้นฟูด้วยสูตรนี้หน่อยได้ไหม ?

ส่วนผสม

แตงกวา 1 ลูก

ใบมินต์สด 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายป่น 2½ ถ้วย

น้ำมันมะกอก 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำแตงกวาและใบมินต์สดใส่ลงไปในเครื่องปั่นจนเป็นเนื้อเหลว ๆ จากนั้นเทใส่ถ้วย แล้วใส่น้ำตาลทรายป่นและน้ำมันมะกอกลงไป คนให้เข้ากันและเทใส่โหลแก้ว นำไปแช่ตู้เย็นให้เรียบร้อย

พอกหน้าลดสิว

มะเขือเทศ และมะนาว

นำมะเขือเทศประมาณ 1-2 ลูก ไปปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำมะนาวลงไปครึ่งซีก คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียป้องกันการเกิดสิวใหม่ และช่วยทำให้สิวที่เป็นอยู่ยุบเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยดำรอยแดงจากสิวจางลงได้ง่ายอีกด้วย
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

สูตรนี้ง่ายมาก ๆ เลยค่ะสาว ๆ เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่แช่เย็นแล้วมาพอกหน้า นวดเบา ๆ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้สาว ๆ สามารถทำได้ทุกวันเลยนะคะ สิวผดหรือสิวเม็ดเล็ก ๆ จะค่อย ๆ หายไป และยังจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียลดสาเหตุของการเกิดสิวได้อีกด้วย
ดินสอพอง ผงขมิ้นชัน และน้ำผึ้ง

นำดินสอพองมาละลายกับน้ำสะอาดพอข้น ๆ จากนั้นผสมผงขมิ้นชันและน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วค่อยล้างออกให้สะอาด หลังพอกหน้าเสร็จจะรู้สึกว่าหน้านุ่มขึ้น นอกจากนี้ยังจะช่วยทำให้สิวอับเสบแห้งลงได้ง่าย แถมยังจะช่วยจัดการกับสิวผดที่มากวนใจได้อีกด้วยนะสาว ๆ
น้ำผึ้ง และมะนาว

นำน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้ทำบ่อย ๆ จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้สิวแห้ง รอยสิวจางลงได้เร็ว และช่วยป้องกันสิวใหม่ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังจะทำให้รูขุมขนเล็กลงอีกด้วย
มะขามเปียก และนมสด

นำมะขามเปียกมาผสมกับนมสด พอให้ได้เนื้อข้น ๆ ไม่เหลวจนเกินไป จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดสิวได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ สิวผด สิวอุดตัน สิวเสี้ยน สิวหัวดำ หรือแม้แต่รอยสิวก็ยังจะช่วยให้ดูจางลงได้ง่าย ๆ
ไข่ขาว และน้ำมะนาว

นำไข่มาตอกใส่ถ้วย จากนั้นแยกเอาไข่แดงออก (ใช้แต่ไข่ขาว) ผสมน้ำมะนาวลงไปประมาณ 1 ช้อนชา ตีให้เข้ากันจนเป็นฟอง แล้วให้นำสำลีแผ่นบาง ๆ มาชุบแล้วแปะลงไปบนใบหน้า ทิ้งไว้จนไข่ขาวเริ่มแห้ง แล้วค่อย ๆ ลอกแผ่นสำลีออก จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็นให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน ลดสิวเสี้ยน สิวหัวดำ และช่วยให้หน้ามันน้อยลงได้ด้วย

ขัดรักแร้ขาว

1. สูตรมะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง

นำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำอุ่นพอข้น ๆ จากนั้นผสมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาขัดรักแร้ให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วค่อยล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้วันเว้นวัน จะสังเกตเห็นได้ชัดว่ารักแร้ของคุณจะค่อย ๆ ขาวขึ้น
2. สูตรแตงกวา ขมิ้น ผสมกับน้ำมะนาว

นำแตงกวามาปอกเปลือกแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วให้ผสมผงขมิ้นชัน และบีบน้ำมะนาวลงไป ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาถูบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้บ่อย ๆ นอกจากรักแร้จะขาวขึ้นแล้วยังจะดูเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย
3. สูตรมะนาว

นำมะนาวสด ๆ มาฝานเป็นแว่นบาง ๆ จากนั้นให้นำมะนาวมาถูบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วค่อยล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน จะช่วยเร่งผลัดเซลล์ผิวทำให้รักแร้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ไม่ยาก

4. สูตรมันฝรั่ง

นำหัวมันฝรั่งไปขูดให้เป็นฝอย ๆ จากนั้นผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำมันฝรั่ง เมื่อได้น้ำมันฝรั่งมาแล้วให้นำสำลีมาชุบแล้วนำมาทาที่บริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน รับรองว่ารักแร้จะขาวขึ้นภายในเร็ววันแน่นอน
5. สูตรน้ำตาล ผสมกับน้ำมะนาว

นำน้ำตาลทรายแดงประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำมะนาว 1 ซีก ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาถูเบา ๆ บริเวณใต้วงแขน ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น สำหรับใครที่รักแร้ดำจากการถอนหรือโกนขนรักแร้ สูตรนี้ช่วยได้แน่นอนค่ะ
6. สูตรโยเกิร์ต ผสมกับน้ำมะนาว

นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อย จากนั้นให้นำมาถูและพอกบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้เป็นประจำเลยค่ะสาว ๆ รับรองว่ารักแร้จะค่อย ๆ ขาวขึ้นจนสังเกตเห็นได้ชัดเลยล่ะ

7. สูตรมะขามเปียก ผสมโยเกิร์ต

นำน้ำมะขามเปียกและโยเกิร์ตมาผสมเข้าด้วยกัน ในอัตรา 1 ต่อ 1 จากนั้นให้นำมาพอกไว้บริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที เสร็จแล้วก่อนล้างออกให้ใช้ใยบวบมาขัด ๆ อย่างเบามืออีกที สูตรนี้จะช่วยเร่งผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และช่วยกำจัดรอยคล้ำบริเวณใต้วงแขนให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ง่าย ๆ

พอกหน้าด้วยไข่แดง

1. สูตรเพื่อผิวหน้าเนียนนุ่ม

สูตรนี้ส่วนประกอบหลัก ๆ คือไข่แดงและอะโวคาโดค่ะ ซึ่ง 2 สิ่งนี้มีหน้าที่เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า เหมาะสำหรับสาวผิวแห้งมาก ๆ แถมยังได้โยเกิร์ตมาช่วยในเรื่องของสิวด้วย

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- โยเกิร์ต 1 ช้อนชา

- อะโวคาโดสุก 1/4 ลูก

วิธีทำ

บดอะโวคาโดให้เหลวเป็นเนื้อมาสก์ แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าไว้ 15 นาที หรือจนกว่าเนื้อมาสก์จะแห้งไปกับผิว หลังจากล้างออกแล้วจะสัมผัสได้ถึงผิวที่นุ่มเนียนราวกับผิวเด็กเลยล่ะ

2. สูตรป้องกันสิวให้หน้าใส

ใครที่เป็นสิวบ่อย ๆ ลองสูตรนี้เลยค่ะ เพราะนอกจากไข่แดงจะช่วยบำรุงผิวแล้ว ยังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งที่ช่วยรักษาและป้องกันสิว แถมยังมีน้ำมันอัลมอนด์ช่วยให้สิวแห้งยุบตัวลงไปอีกด้วย

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- น้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนชา

- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดลงไปผสมกันในชาม จากนั้นใช้ที่ตีไข่คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นมูสฟองนุ่ม ๆ แล้วนำมาสก์ที่ได้มามาสก์หน้าทิ้งไว้ 15 นาที ในช่วงระหว่างนี้อย่าเพิ่งขยับหน้ามากนะคะ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด แล้วจะพบกับผิวหน้าที่สะอาดใส สิวเก่าก็จะค่อย ๆ ยุบ แถมสิวใหม่ก็ไม่ค่อยขึ้นเหมือนอย่างที่เคย
3. สูตรชะลอวัยให้หน้าเด็กไปอีก

รู้กันหรือไม่คะว่า น้ำมันมะกอกนี่แหละคือโบท็อกซ์จากธรรมชาติชั้นดีเลย เพราะจะช่วยล็อกความชุ่มชื้นในเซลล์ผิว แถมยังช่วยเติมความชุ่มชื้นในผิวด้วย แถมยังมีกล้วยที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งช่วยในเรื่องของการชะลอวัยได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- กล้วยสุก 1 ลูก

- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

วิธีทำ

บดกล้วยให้เหลวด้วยส้อม แล้วนำไข่แดงและน้ำมันมะกอกผสมลงไป คนจนกว่าจะได้เนื้อมาสก์ที่เนียนนุ่ม จากนั้นนำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากสาว ๆ คนไหนผิวแห้งมาก ก็อาจจะผสมน้ำมันมะพร้าวลงไปในเนื้อมาสก์ด้วยก็จะช่วยเติมความชุ่มชื้นไปในตัวด้วยนะคะ

4. สูตรรักษาสิว

แค่น้ำผึ้งอย่างเดียว ก็มีคุณสมบัติลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมมาสก์ไข่แดงและน้ำผึ้งสูตรนี้จะช่วยให้สิวยุบ และเผยให้เห็นผิวหน้าใส ๆ ได้

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

นำไข่แดงผสมกับน้ำผึ้ง แล้วตีให้เข้ากันในชามสะอาด จากนั้นนำเนื้อมาสก์ที่ได้มาทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สิวที่มีอยู่ทั้งหลายก็จะค่อย ๆ ยุบตัวลงและไม่ทิ้งรอยไว้ค่ะ

5. สูตรผิวขาวกระจ่างใส

อยากหน้าขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ต้องลองมาสก์สูตรนี้เริดเว่อร์ ๆ เพราะนอกจากจะทำให้หน้าขาวใสขึ้นแล้ว ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ในตัวด้วยนะ

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- น้ำส้มสด 1 ช้อนชา

- น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา

- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกัน แล้วคนให้เข้ากันจนกว่าจะเป็นเนื้อมาสก์นุ่ม ๆ จากนั้นนำมาทาลงบนใบหน้าและลำคอ โดยให้เว้นช่วงรอบดวงตาเอาไว้ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จากนั้นบำรุงหน้าตามปกติได้เลยค่ะ

กำจัดสิวเสี้ยน

สูตรที่ 1 ไข่ขาว น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว

นำไข่ไก่ 1 ฟองมาตอกใส่ถ้วย แยกไข่ขาวและไข่แดงออกจากกัน (ใช้แต่ไข่ขาว) จากนั้นให้ผสมน้ำผึ้ง และน้ำมะนาวลงไป ตีให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น แล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาทาที่บริเวณจมูก ใช้สำลีแผ่นบาง ๆ มาแปะทับลงไปบนบริเวณที่ทาไข่ขาว เสร็จแล้วทาไข่ขาวทับอีกที รอจนสำลีแห้งสนิท แล้วค่อย ๆ ลอกสำลีจากล่างขึ้นบน สิวเสี้ยนจะหลุดออกมา จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน ซึ่งสูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละครั้ง

สูตรที่ 2 เบกกิ้งโซดา กับน้ำมะนาว

เริ่มจากบีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย จากนั้นใส่เบกกิ้งโซดาผสมลงไป คนให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้น ๆ จากนั้นให้นำมาพอกไว้ที่จมูก หรือบริเวณที่มีสิวเสี้ยน ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้ทำบ่อย ๆ จะช่วยให้สิวเสี้ยนหายเกลี้ยงได้ง่าย ๆ แถมยังทำให้จมูกเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย

สูตรที่ 3 น้ำผึ้ง

ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด นำน้ำผึ้งมาทาและนวดคลึง ๆ ที่บริเวณจมูก จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้ให้ทำเป็นประจำ น้ำผึ้งจะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนให้หายไป และช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นด้วย

สูตรที่ 4 มะขามเปียก กับน้ำมะนาว

นำมะขามเปียกมาละลายน้ำพอข้น ๆ บีบน้ำมะนาวผสมลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาทาบริเวณจมูก ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้ให้ทำเป็นประจำ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้สิวเสี้ยนลดลงได้ดี

สูตรที่ 5 ดินสอพอง ขมิ้นชัน และน้ำมะนาว

นำดินสอพองมาละลายกับน้ำอุ่น ผสมผงขมิ้นชัน และน้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากันจะได้เนื้อครีมข้น ๆ จากนั้นให้นำมาทาที่บริเวณจมูก รอจนเนื้อครีมแห้ง ล้างออกให้สะอาด แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดเบา ๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยน สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สิวเสี้ยนจะค่อย ๆ หลุดและหายไปเอง

สูตรที่ 6 ข้าวโอ๊ตกับน้ำกุหลาบ

บดข้าวโอ๊ตให้เป็นเนื้อละเอียด ผสมน้ำกุหลาบลงไป พอให้ได้เนื้อข้น ๆ จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาทาที่จมูก ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนที่มีอยู่แล้วให้หายไป อีกทั้งยังจะช่วยป้องกันการเกิดสิวเสี้ยนใหม่อีกด้วย
สูตรที่ 7 เกลือเม็ดละเอียด น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว

เริ่มจากนำผ้าขนหนูผืนบาง ๆ ไปชุบน้ำอุ่น บิดให้หมาดแล้วนำมาโปะที่บริเวณจมูกทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน จากนั้นให้ผสมเกลือเม็ดละเอียด เข้ากับน้ำผึ้ง และน้ำมะนาว เมื่อคนเข้ากันแล้วให้นำมานวดและขัดที่บริเวณจมูกอย่างเบามือประมาณ 5 นาที แล้วค่อยใช้ผ้าขนหนูเช็ดออกเบา ๆ ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สูตรนี้ให้ทำสัปดาห์ละครั้ง สิวเสี้ยนจะค่อย ๆ หายไป
สูตรที่ 8 นมสด กับผงเจลาติน

ผสมนมสดกับผงเจลาตินในถ้วยกระเบื้องในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำเข้าไปอบในไมโครเวฟ โดยใช้ความร้อนปานกลางประมาณ 30 วินาที เมื่อละลายแล้วให้นำออกมาคนและพักไว้จนหายร้อน จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด นำส่วนผสมที่ได้มาทาบาง ๆ ทิ้งไว้บริเวณจมูก รอจนแห้ง แล้วค่อย ๆ ลอกจากล่างขึ้นบน สิวเสี้ยนจะหลุดออกมา เสร็จแล้วให้ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละครั้งค่ะ

สูตรความสวยจากว่านหางจระเข้

1. รักษาสิว

สาว ๆ รู้ไหมว่า ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติที่จะช่วยลดสิวและลดอาการอักเสบได้นะคะ หากใครมีปัญหาสิวอักเสบบ่อย ๆ ลองใช้วุ้นใส ๆ ข้างในว่านหางจระเข้ทาบาง ๆ ดู รับรองว่าปัญหาสิวจะค่อย ๆ ทุเลาลง แถมยังปลอดภัยไม่ต้องเอาหน้าไปเสี่ยงกับยาสิวแรง ๆ ด้วย
2. แชมพูเติมความชุ่มชื้น

สภาพผมแห้งเว่อร์จนจะเป็นไม้กวาดอยู่แล้ว ? ลองนำวุ้นสดในว่านหางจระเข้มาผสมกับแชมพู แล้วนำมาสระผมดูสิ รับรองว่าสภาพผมของคุณจะนุ่มชุ่มชื้นขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปเข้าร้านเสริมสวยเลย !

3. ยาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย

เมื่อไรที่โดนแมลงหรือยุงกัดจนคันผิวหรืออักเสบแสบแดงไปหมด ลองให้ว่านหางจระเข้ช่วยเลยค่ะ แค่นำวุ้นสดใส ๆ ด้านในทาลงไปบนแผลที่โดนแมลงสัตว์กัดต่อย ก็จะช่วยบรรเทาให้อาการต่าง ๆ ทุเลาลงได้
4. ขจัดรังแค

ลาก่อนกับคำที่เพื่อน ๆ พูดว่า “หิมะเต็มหัวเธอไปหมดแล้ว” เพราะรังแคเจ้ากรรมจะหมดไป แค่ใช้วุ้นใสด้านในว่านหางจระเข้มาทาลงบนหนังศีรษะ ก็จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะที่แห้งผากได้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหารังแค รวมทั้งอาการคันจากรังแคก็จะหายไปด้วย

5. ขัดผิวสวย

นำวุ้นใสในว่านหางจระเข้ 1/2 ถ้วย มาผสมกับน้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย จากนั้นนำมาขัดผิวเบา ๆ เพื่อให้ผิวสวยกระจ่างใส และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเต่งตึงนุ่มน่าสัมผัสสุด ๆ
6. บรรเทาอาการผิวไหม้

ถ้าโดนแดดจัดทั้งวันจนผิวไหม้แสบแดงไปหมด บอกเลยไม่ต้องกังวลค่ะ แค่นำวุ้นสดด้านในว่านหางจระเข้มาทาผิวบริเวณที่โดดแดดมา ก็จะช่วยบรรเทาให้อาการทั้งหลายดีขึ้น ยิ่งนำไปแช่ตู้เย็นก่อนนำมาทานะ อื้อหือ … ฟินเลยล่ะ